วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
30 มี.ค. 2569 16:29 | 635 view
@pracha
‘ส.อ.ท.’คาด‘สินค้า’ปรับราคาขึ้น 8-10% แนะรัฐเสริมสภาพคล่องSME เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง
30 มีนาคม 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มล้วนมีความเปราะบาง โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย ซึ่งจะกระทบต่อรอบการปลูกในรอบต่อไป นับเป็นความน่ากังวล โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาสินค้าเหล่านั้นในการประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ยังมีกรณี “เม็ดพลาสติก” ที่กําลังขาดแคลนและมีราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 50-70% ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์หลายประเภทเริ่มตึงตัว ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะ ซองขนม หรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแปรรูปและกึ่งสําเร็จรูปแช่แข็ง ซึ่งล้วนจําเป็นต้องใช้พลาสติก รวมถึงซองน้ําจิ้ม และซองเครื่องปรุงต่างๆ หากเกิดการขาดแคลนจะกระทบต่อการผลิต การส่งออก และการจําหน่ายสินค้าโดยตรง
“ผู้ประกอบการ SME จึงได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด ทั้งจากต้นทุนค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าทยอยปรับขึ้นราคา สะท้อนให้เห็นว่าความเปราะบางในสถานการณ์ปัจจุบันกระจายอยู่ในทุกภาคส่วน” นายเกรียงไกร กล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปัจจัยสําคัญคือพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงอยู่ในระดับเดิม ทําให้ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนัก ดังนั้นในระยะเร่งด่วนมาตรการภาครัฐ จึงควรถูกออกแบบให้มีความแม่นยํา ตรงจุด ใช้ทีมงานเข้าไปดู และให้ความสําคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลําดับแรก โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการทํางานร่วมกันอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และแหล่งผลิตวัตถุดิบสําคัญ เช่น โรงงานเหล็ก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโดยรวม
นายเกรียงไกร กล่าวว่า สําหรับราคาน้ํามัน มองว่าระดับความเหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ โดยควรพิจารณาเชิงเปรียบเทียบ เนื่องจากแต่ละประเทศมีนโยบายแตกต่างกัน เช่น ญี่ปุ่น มีการลดภาษีเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ขณะที่อินเดียก็ปรับลดภาษีสรรพสามิตลงอย่างมาก จาก 10 ลดเหลือลิตรละบาท ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาน้ํามันของไทยยังไม่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หลายประเทศที่มีราคาสูงกว่า ยกเว้นบางประเทศ เช่น บรูไน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสําคัญคือการควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นรวดเร็วเกินไป ต้องดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้กับ SME เพื่อให้ธุรกิจสามารถดําเนินต่อไปได้และยังคงรักษาการจ้างงาน ให้มีรายได้ต่อไป
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในส่วนของภาษีสรรพสามิตไม่สามารถกําหนดตัวเลขที่เหมาะสมได้ตายตัว จําเป็นต้องคํานวณอย่างรอบด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ซึ่งแนวทางมีได้ทั้งการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หรือการอุดหนุนในระดับที่เหมาะสม
ส่วนกรณี ค่าไฟฟ้า มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาตัวเลขที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องดู 3 แนวทาง ที่เหมาะสม และเทียบกับเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน แต่การปรับขึ้นควรดําเนินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ําซ้อนต่อประชาชน
“จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าราคาสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ขณะที่ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นราว 20-25% ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ํามันยังไม่พุ่งสูงถึงระดับวิกฤต 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากราคาน้ํามันปรับขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ก็อาจต้องมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง” นายเกรียงไกร กล่าว
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 313 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 199 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 156 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:36 164 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:10 181 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:05 191 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 11:37 180 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:52 215 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:33 254 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:10 171 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:57 207 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:49 194 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:28 883 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 08:20 490 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 304 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 217 views