วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
3 เม.ย. 2569 10:50 | 730 view
@pracha
‘เอกนิติ’ นั่งหัวโต๊ะถกเครียดประชุม คตร. สั่งเข้มพลังงานบี้โรงกลั่นรายงานต้นทุนแท้จริง ก่อนลุยยกเครื่องค่าการกลั่น-ค่าการตลาด หลังยังพบสูงเกินไปในสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนทุบโต๊ะชง ครม. นัดแรกพิจารณาภายใน 6 เม.ย. นี้
วานนี้ 2 เม.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกําหนดต้นทุนราคาน้ํามันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่า ที่ประชุมฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกําหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ํามันเชื้อเพลิง และหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคํานวณราคา กําหนดราคาสําหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้ผู้ค้าน้ํามันมาตรา 7, มาตรการ 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ํามันเชื้อเพลิง ก่อนนําเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในวันที่ 6 เม.ย. 2569

ทั้งนี้ เข้าใจว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการคํานวณราคาค่าการกลั่น ค่าการตลาด ราคาหน้าสถานีบริการน้ํามัน (ปั๊มน้ํามัน) อย่างมาก และยังส่งผลให้เกิด War Premiun หรือน้ํามันส่วนเกินที่บวกเพิ่มในราคาน้ํามันดิบจริง ดังนั้นจึงจําเป็นต้องไปเร่งศึกษาเพื่อดูข้อมูลจริงในส่วนนี้ เพราะที่ผ่านมา พบว่า ค่าการกลั่นที่กระทรวงพลังงานนําเสนอตัวเลขมา อาจจะยังสูงเกินไปในสถานการณ์ปัจจุบัน
สําหรับสถานการณ์สงครามในปัจจุบันอาจส่งผลให้ค่า War Premiun ของน้ํามันดิบในตลาดตะวันออกกลางสูงขึ้นตามความเป็นจริงมาก แต่ในทางปฏิบัติแล้ว พบว่า ทุกวันนี้โรงกลั่นส่วนใหญ่ไม่ได้นําเข้าน้ํามันจากตะวันออกกลางเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะมีการหาตลาดอื่นเพื่อทําให้น้ํามันเพียงพอใช้ในประเทศไทย จึงเป็นอีกประเด็นที่ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคุยกับโรงกลั่นเพื่อศึกษาต้นทุนแท้จริงที่รวม War Premiun เพื่อจะได้นํามาคํานวณว่าตอนนี้ค่า War Premiun ที่ทุกคนกําลังอ้างถึง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าตกลงควรจะเป็นเท่าไหร่ จะได้นํามาใช้ในการคํานวณค่าการกลั่น
“วันนี้ได้มีการเชิญโรงกลั่นมาชี้แจง ประเด็นหนึ่งที่พบว่าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ (ค่าเฟด) ค่าประกันต่าง ๆ ในราคาขายที่ตามปกติปัจจุบันไม่ได้นํามาคํานวณรวมแล้ว ตรงนี้ก็ควรจะถูกตัดออกไป จึงเป็นที่มาว่าให้กระทรวงพลังงานไปทําตัวเลขที่จะต้องไม่นับรวมค่าขนส่ง ค่าเฟด และค่าประกันต่าง ๆ ตรงนี้ ซึ่งจะทําให้ค่าการกลั่นต่าง ๆ ควรลดลง โดยกระทรวงพลังงานจะไปเร่งทําข้อมูลสรุปทั้งหมด เพื่อนํามาเสนอ คตร. ซึ่งเราตั้งใจจะทําเรื่องนี้ให้เสร็จเพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 6 เม.ย. 2569 ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องเร่งดําเนินการ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงต้องเร่งดําเนินการให้เร็วที่สุด” นายเอกนิติ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีค่าการตลาดที่ต้องยอมรับว่ายังมีการคํานวณที่อาจจะสูงและต่ําในบางช่วง ก็ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคํานวณว่าราคาค่าการตลาดที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไหร่ โดยการดําเนินการทั้งหมดเชื่อว่าจะส่งผลไปสู่ราคาหน้าปั๊มที่คิดกับประชาชนในราคาที่ลดลง
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมฯ ยังได้มีการพิจารณาและเห็นไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับข้อเสนอเรื่องข้อศึกษารูปแบบการกําหนดเพดาน (Ceiling) และราคาต่ําสุด (Floor) สําหรับค่าการกลั่น โดยมองว่าควรมีรูปแบบนี้ในกลไก แต่ต้องมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นทุนที่แท้จริงอย่างชัดเจนเพื่อมากําหนด Ceiling และ Floor ที่ชัดเจน
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องค่าการกลั่น และค่าการตลาดที่เห็นกันในขณะนี้ เป็นการคํานวณตัวเลขที่เกิดจากราคาขายส่ง ขายปลีกที่เป็นอยู่ ทําให้ราคามีความผันผวนมากในแต่ละวัน โดยในส่วนของค่าการตลาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่ 2 เม.ย. 2569 อยู่ที่ 1.95 บาทต่อลิตร

“ในปี 2568 มีการศึกษาว่าค่าการตลาดควรจะเป็นเท่าไหร่ โดยได้มีการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาคิดทั้งหมด ทั้งค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ที่ปั๊มต้องใช้ และค่าใช้จ่ายจิปาถะมาคิด แล้วพบว่าค่าการตลาดควรจะเป็น 2.45 บาทต่อลิตร สําหรับทุกผลิตภัณฑ์น้ํามัน และตัวเลขย้อนหลัง 5 ปี ค่าการกลั่นก็อยู่ระดับใกล้เคียงที่ 2.45 บาทต่อลิตร เช่นกัน ตัวเลขนี้เป็นระดับที่ไม่มีเหตุการณ์ แต่พอมีเหตุการณ์ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจะสูงกว่า 2.45 บาทต่อลิตรที่เคยทํา แต่ช่วงที่ผ่านมา พบว่า ค่าการตลาดอยู่ต่ํากว่าระดับดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าค่าการตลาดไม่ได้สูงเลขถ้าดูเลขเฉลี่ยโดยรวม ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) และกระทรวงพลังงานได้ดูแลไม่ให้เกินค่าที่เราศึกษามา และเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ให้นโยบายไว้” ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุ
สําหรับค่าการกลั่นปัจจุบันตัวเลขอยู่ที่ 13-14 บาทต่อบิตร ขณะที่เดือน มี.ค. 2569 อยู่ที่ 7 บาทต่อลิตร ตรงนี้เป็นส่วนต่าง (Difference) ระหว่างราคาน้ํามันดิบกับราคาน้ํามันสําเร็จรูป ไม่ใช่กําไร ซึ่งในส่วนต่างตรงนี้ยังมีค่าวัตถุดิบ Premiun ทั้งหลาย เนื่องจากตอนนี้ของหายาก โรงกลั่นอาจจะไม่ได้ซื้อน้ํามันดิบได้ในราคาที่มีการประกาศกัน ก็จําเป็นจะต้องมีการบวกค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยเข้าไปด้วย ฉะนั้นต้นทุนเหล่านี้จึงเป็นต้นทุนที่ไม่ปกติที่เพิ่มขึ้นมา
อย่างไรก็ดี ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ได้หารือกับโรงกลั่นแล้ว และขอให้โรงกลั่นสําแดงราคาต้นทุน (Declare) ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติสงครามว่าต้นทุน และกําไรคงเหลือเป็นเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนํามาใช้ในการพิจารณากําหนด Ceiling และ Floor ที่เหมาะสมต่อไป
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 303 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 195 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 148 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:36 157 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:10 174 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:05 179 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 11:37 173 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:52 206 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:33 245 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:10 166 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:57 201 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:49 188 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:28 872 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 08:20 482 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 298 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 209 views