วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569
24 เม.ย. 2569 10:13 | 491 view
@nutthanan
SME ไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูง ขณะกําลังซื้อในประเทศอ่อนแรง ส่งผลให้กําไรหดตัว ความเชื่อมั่นลดลงทั่วประเทศ สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานราก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในไทยกําลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากปัจจัยรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ธุรกิจจํานวนมากต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ขณะที่กําลังซื้อของผู้บริโภคกลับชะลอตัวลง
สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า ภาพรวม SME ไทยกําลังอยู่ในภาวะ “แรงบีบสองด้าน” หรือ Double Squeeze อย่างชัดเจน โดยต้นทุนพุ่งขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้เต็มที่ ทําให้ความสามารถในการทํากําไรลดลงอย่างมีนัยสําคัญ
ข้อมูลสํารวจล่าสุดสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยดัชนีต้นทุนลดลงมาอยู่ที่ 37.3 ขณะที่ดัชนีกําไรอยู่ที่ 47.7 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการกําลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
ในด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดัชนีการผลิตและคําสั่งซื้อปรับตัวลดลง สอดคล้องกับกําลังซื้อที่เริ่มอ่อนแรง ขณะที่การจ้างงานยังคงทรงตัว สะท้อนความพยายามของผู้ประกอบการในการประคองธุรกิจและรักษาระดับการจ้างงานเอาไว้ให้มากที่สุด
เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค พบว่าความเชื่อมั่นลดลงเกือบทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกได้รับผลกระทบมากที่สุด จากต้นทุนพลังงานในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ขณะที่ภาคใต้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า SME กว่า 96% ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งในด้านต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และกําลังซื้อของตลาด ขณะที่ปัญหาสภาพคล่องกลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสําคัญ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถประคองธุรกิจได้ในระยะสั้นเท่านั้น และบางส่วนมีเงินสํารองไม่ถึง 3 เดือน
เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ภาครัฐเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา 1% ระยะเวลา 5 ปี พร้อมพักชําระเงินต้นในช่วงปีแรก โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังมีการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านกองทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจ และการยกระดับสู่ดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในระยะยาว ผ่านโครงการและความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา
ในมุมของการแข่งขัน โดยเฉพาะสินค้านําเข้าราคาถูก ผู้เชี่ยวชาญแนะนําว่า SME ไทยควรหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา และหันมาเน้นการสร้างความแตกต่าง พัฒนาคุณภาพสินค้า รวมถึงใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
ทั้งนี้ ภาครัฐยังมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ พร้อมผลักดันจุดแข็งของสินค้าไทย เช่น อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
สถานการณ์ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า SME ไทยกําลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างทันท่วงที อาจนําไปสู่การปิดกิจการในวงกว้าง ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะต่อไป

ข่าว
14 มิ.ย. 2569 14:37 285 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 181 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:50 140 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 13:36 148 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:10 169 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 12:05 170 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 11:37 165 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:52 202 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:33 240 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 10:10 162 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:57 198 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:49 184 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 09:28 865 views
ข่าว
14 มิ.ย. 2569 08:20 478 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 294 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 201 views