วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569
12 มิ.ย. 2569 10:40 | 220 view
@yaovarest
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
พระประวัติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สิ้นพระชนม์
พระองค์ทรงมีพระราชจริยวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษาความรู้และการปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ด้านการศึกษา
ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนราชินี และมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนจิตรลดา
จากนั้นทรงสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท และเอกด้านกฎหมายที่ มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันทรงศึกษากฎหมายที่สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป

การทรงงาน
ด้านกฎหมายและงานอัยการ
ภายหลังสําเร็จการศึกษาทรงเข้ารับราชการในสํานักงานอัยการสูงสุด ในตําแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม
พระองค์ทรงให้ความสําคัญกับ “ความเป็นธรรมในทุกมิติ” โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน ซึ่งนําไปสู่การริเริ่ม โครงการกําลังใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคม
จากการปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และบทบาทสตรีที่ได้รับรางวัลจากในประเทศแล้ว ในระดับนานาชาติยังได้รับรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEN Award of Excellence

ด้านการต่างประเทศ
พระองค์ทรงมีบทบาทสําคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ
พระองค์ทรงมีส่วนสําคัญในการผลักดัน “ข้อกําหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ถือเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจําออสเตรีย และทูตสันถวไมตรีของสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งสะท้อนบทบาทด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างโดดเด่น

ด้านการทหาร
พระองค์ทรงมีบทบาทในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการฝึกและปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอย่างจริงจัง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้าย เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลําดับ และปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศ พลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอกหญิง ซึ่งเป็นยศสูงสุดของกองทัพไทย สะท้อนถึงพระเกียรติยศและพระปรีชาสามารถในทุกภารกิจที่ทรงปฏิบัติ
บทบาทด้านการทหารของพระองค์สะท้อนถึง “ความมีวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละ” อันเป็นคุณลักษณะสําคัญของผู้นํา อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้กับสตรีไทยในการมีส่วนร่วมในภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ

ด้านการสาธารณกุศล
พระองค์ทรงดํารงตําแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างครบวงจร
และทรงก่อตั้ง “โครงการกําลังใจในพระดําริ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง การส่งเสริมสิทธิสตรี และการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
พระประวัติของพระองค์จึงเป็นแบบอย่างแห่งการใช้ความรู้ ความสามารถ และพระเมตตา เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชน

ขอบคุณข้อมูล : พระลาน
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 11:11 89 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 11:09 103 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 10:40 221 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 10:32 214 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 10:25 157 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 09:14 97 views
ข่าว
12 มิ.ย. 2569 09:10 65 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 17:03 117 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:58 187 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:42 202 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:40 152 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:37 157 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:37 142 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:30 127 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:23 144 views
ข่าว
11 มิ.ย. 2569 16:14 151 views